สารบัญ HA Filler

 

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด Hyaluronic Acid หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า HA ผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ใช้ทดแทนส่วนสำคัญของโครงสร้างผิว คอลลาเจนและไฮยาลูรอน ที่ร่างกายจะสูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น แบ่งออกเป็นหลายชนิด โดยชนิดที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและผ่าน อย.ในไทยมีเพียงชนิดเดียว คือ HA Filler (Hyaluronic acid filler) ผิวหนังของคนเรามีใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นและเต่งตึง การที่เส้นใยเหล่านี้ลดลง จะทำให้ผิวบาง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เมื่อฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณที่เป็นร่องริ้วรอย เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม จะทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเต่งตึงขึ้น 

ช่วยแก้ปัญหาร่องลึกแห่งวัย ต่างๆได้ทั่วใบหน้า ได้แก่ ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา รวมไปถึงช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้เรียวมีมิติได้อีกด้วย
ปลอดภัย เป็นสารธรรมชาติ ไม่เป็นพิษ ไม่ก่ออาการแพ้ต่อร่างกาย สามารถย่อยสลายเองได้จนหมด ไม่เหลือสารตกค้าง
ของแท้ต้องสลายได้ จะสลายไปภายใน 2 ปี ไม่มีก้อนตกค้างไม่ไหลย้อยผิดรูป ไม่ก่อผังผืด ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องผ่าน อย.
อยู่ได้นาน 8 เดือน ถึง 2ปี แล้วแต่ชนิด ขนาดโมเลกุล เทคนิคการฉีดของแพทย์และปัจจัยในตัวผู้รับการฉีดเองค่ะ
ยี่ห้อที่ได้รับรองจากอย.ไทย  ได้แก่ Juvederm, Belotero, เรสติเรน, Perfectha, Neuramis, Redexis, E.P.T.Q.
แพทย์ผู้ฉีดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด การฉีดฟิลเลอร์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ขั้นสูง ที่ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญชำนาญ และฝีมือในการฉีด รวมถึงต้องอาศัยประสบการณ์อย่างยาวนาน เพื่อให้ได้ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องเหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละบุคคล ต้องฉีดออกมาแล้วสวยอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ
**แม้ฟิลเลอร์ ชนิดเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน มี อย.เหมือนกัน แต่ฉีดในมือแพทย์ที่ต่างกัน ผลลัพธ์และความปลอดภัย ย่อมต่างกัน   

ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง ?

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง แล้วแต่ว่ามีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก หรือต้องการเสริมบริเวณไหนบ้าง

Dr.Ramita จบหลักสูตรการฉีด HA Filler จากเกาหลีโดยตรง 
1.ฟิลเลอร์ใต้ตา ปัญหาใต้ตาคล้ำโทรม ปัญหามีถุงใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูมีอายุกว่าวัย เมื่อลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เห็นลักษณะขอบตาคล้ำ ดูเป็นตาแพนด้า เพราะร่องลึกนี้ก่อให้เกิดเงาดำตกกระทบใต้รอบดวงตา เกิดการแยกส่วนของผิวหนังบริเวณเบ้าตา และหน้าแก้มออกจากกัน ทำให้ดูมีอายุมากขึ้น แก่ โทรมกว่าวัย 

1.1 ฟิลเลอร์ยุบถุงใต้ตาในเคสสูงวัย คนไข้อายุมากมีปัญหาในทุกระดับชั้นผิวใต้ตา คือ กระดูกเบ้าตาบางลง ร่องลึกขึ้น ไขมันชั้นลึกที่คอยพยุงถุงใต้ตาไว้เกิดการฝ่อตัวลง ถุงใต้ตาจึงโผล่ออกมามากขึ้น ผิวหนังขาดความกระชับ ทำให้ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย คอลลาเจนอีลาสตินเริ่มเสื่อมสภาพลง
เคสนี้ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว เพื่อฉีดใต้ตาให้ออกมาสวย และต้องแก้ปัญหาในทุกชั้นผิว ทั้งชั้นกระดูกเบ้าตา ชั้น baby fat และชั้นผิวหนัง


1.2 ฟิลเลอร์ใต้ตา ลดใต้ตาคล้ำโทรม

 
2. ฟิลเลอร์ย้อนวัย - ร่องลึกแห่งวัยหลายบริเวณ ร่องใต้ตา ร่องคาดกลางแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ใบหน้าหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ให้ดูอ่อนเยาว์ลงด้วยเทคนิคเฉพาะ เหมือนย้อนวัยไป 10 ปี สวย ดูดีขึ้นโดยไม่มีใครรู้ว่าทำอะไรมา เคสคนสูงวัยค่อนข้างที่จะต้องใช้เทคนิคมากค่ะ เนื่องจากปัญหาร่องลึกแห่งวัย จะมีปัญหาหลายจุด ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว เพื่อฉีดให้ออกมาสวย และต้องแก้ปัญหาในทุกชั้นผิว ทั้งชั้นกระดูกเบ้าตา ชั้น baby fat และชั้นผิวหนัง ทุกระดับชั้นผิว ทั้งชั้นกระดูกที่บางลง ไขมันชั้นลึกที่คอยพยุงใบหน้าเกิดการฝ่อตัวลง ชั้นผิวหนังที่บางเกิดความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า ผิวหนังขาดความกระชับ คอลลาเจนอีลาสตินเสื่อมสภาพลงมาก



3. ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าละมุน ขมับ,คาง ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย สมส่วนได้รูป ไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น


คุณหมอวิเคราะห์พบว่า รูปหน้าที่ดูแข็ง ไม่ละมุน ใบหน้าโทรมไม่สดชื่น *ขมับตอบ *คางตัด ขมับยุบตัวลง เคสนี้ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว เพื่อฉีดให้ออกมาสวย เนียนเป็นธรรมชาติ 

ขมับยุบตัวลง ทำให้โหนกแก้มยิ่งดูเด่นขึ้น หน้าจึงดูแข็งเหมือนโครงหน้าผู้ชาย
คางมีลักษณะปลายตัด ทำให้ใบหน้าโดยรวมยิ่งดูแข็ง ไม่ละมุน
ดังนั้นจึงทำการแก้ไข โดยการเติมเต็ม ขมับ และคาง ปรับมิติใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ดูละมุนในแบบของผู้หญิงยิ่งขึ้น

* ทุกรีวิวของคุณหมอ ได้รับการอนุญาตจากคนไข้แล้วจึงนำมาให้ชมกันค่ะ
* ทุกรีวิวเป็นคนไข้คุณหมอจริง ภาพรีวิวไม่มีการ ตัดต่อ หรือ รีทัชใดๆ มีเพียงปรับสี แสงให้ใกล้เคียงกันเท่านั้น
* ผลลัพธ์ที่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย สังเกตได้จากอะไรบ้าง ?

1. เพื่อความปลอดภัยคนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ ว่ามีจุดสังเกตอะไรบ้าง และมีบริษัทนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายหรือไม่
2. ฟิลเลอร์ ตามอินเตอร์เน็ต
ฟิลเลอร์เป็นยาควบคุม ซึ่งตามปกติอะไม่มีขายตามร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไปโคยเฉพาะในอินเตอร์เน็ตในการซื้อยาต้องเป็นแพทย์เท่านั้นและต้องยื่นหลักฐานหลายอย่างประกอบกัน เช่นใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3. ฉลากภาษาไทย ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อที่จะที่ผ่านการรับรองอากองค์การอาหาร และยาของประเทศไทย จะมีฉลากภาษาไทยระบุรายละเอียดของสินค้าติดไว้ทั้งราคาวันหมดอายุอย่างชัคเจนที่ข้างกล่อง รวมไปถึง ข้อมูลเกี่ยวกับสารฟิลเลอร์นั้นๆ หากฟิลเลอร์ชนิคไหน ไม่มีฉลาก ภาษาไทยในส่วนนี้ระบุอยู่ ก็อาจจะเสี่ยงเป็นของปลอมได้เลข
4. สังเกตุเลขlot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์หรือหลอด ตรงกัน สามารถนำเลข lot โทรเช็คกับบริษัทนำเข้าได้

ข้อควรปฏิบัติ ก่อน- หลังฉีดฟิลเลอร์

1. ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ทั้งการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เทคนิคในการทำ รวมไปถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า
2. มียาและวิตามินบางชนิดที่ควรงดก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
3. โรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
4. สามารถแจ้งเพื่อขอแปะยาชาก่อนฉีดฟิลเลอร์ได้ และหมอจะฉีดยาชาในจุดนั้น ๆ ให้ด้วย
image
image
* ทุกรีวิวของคุณหมอ ได้รับการอนุญาตจากคนไข้แล้วจึงนำมาให้ชมกันค่ะ
* ทุกรีวิวเป็นคนไข้คุณหมอจริง ภาพรีวิวไม่มีการ ตัดต่อ หรือ รีทัชใดๆ มีเพียงปรับสี แสงให้ใกล้เคียงกันเท่านั้น
* ผลลัพธ์ที่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
image
image
image
image
image
image

Q : HA Filler ปลอดภัยไหม?
A : ปลอดภัยมากเพราะสารประกอบหลักใน Hyaluronic acid (HA) เหมือนกับ HA ตามธรรมชาติที่มีในชั้นผิวคนเราอยู่แล้ว


Q : "ฟิลเลอร์" อยู่ได้นานแค่ไหน?
A : ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐาน อย. จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 8 เดือน - 2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ฉีดแล้วจึงค่อยๆสลายไป


Q : ทำไมต้องสลายได้ ?
A : ตามปกติ HA ตามธรรมชาติในผิวคนเรา จะมีการสร้างขึ้นใหม่เรื่อยๆและสลายไปตามกลไกในร่างกาย ดังนั้นสาร HA Filler ที่นำมาฉีดเข้าไปเพื่อแก้ไขร่องลึกแห่งวัยนั้น เพื่อความปลอดภัยที่สุด จะต้องสลายไปตามเวลาโดยเอนไซม์ธรรมชาติในร่างกาย โดยที่ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด จะไม่มีการตกค้าง ไม่ก่อผังผืดแผลเป็น ไม่มีการไหลเคลื่อนที่ และไม่ระคายเคืองผิวแน่นอน 


Q : ของปลอมฉีดได้ไหม?
A : ไม่ได้เด็ดขาด HA Filler ที่ได้มาตรฐานปลอดภัยในปัจจุบันจริงๆ จำเป็นต้องผ่านการศึกษาวิจัยมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกันกับการผลิตยารักษาโรค
ทั้งนี้ HA Filler ถือเป็นยาควบคุมพิเศษชนิดหนึ่งที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์เท่านั้น การหาซื้อฟิลเลอร์ง่ายๆได้ตามอินเตอร์เนต ให้คาดการณ์ไว้ก่อนเลยว่าเป็นของปลอม ซึ่งไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ของเหลวนั้นคืออะไร และมีสารอื่นใดเจือปน  


Q : ฉีดของปลอมเข้าไปจะเป็นอย่างไร?
A : ไม่สลาย ตกค้าง เกิดผังพืดขึ้นในบริเวณที่ฉีด สามารถไหลเคลื่อนที่ได้ ติดเชื้อ เจ็บปวดไม่หาย หน้าบวมหน้าแปลกๆ สุดท้ายก็ต้องขูดออกให้หมดอยู่ดี


Q : ของแท้หิ้วจากต่างประเทศฉีดได้ไหม?
A : HA Filler ถือเป็นยาควบคุมพิเศษชนิดหนึ่งที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์ และต้องสั่งซื้อต้องผ่านทางบริษัทยาและมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น!
ดังนั้นของที่อ้างว่าแท้ แต่ต้องลักลอบหิ้วเข้ามานั้น จะสามารถแน่ใจได้อย่างไรว่ามาจากบริษัทยาของแท้จริงๆ เพราะขั้นตอนการสั่งซื้อยาควบคุมพิเศษนั้นซับซ้อนและต้องมีผู้รับผิดชอบหลายขั้นตอนมาก อีกทั้งในปัจจุบันมีโรงงานต่างชาติที่ผลิตของลอกเลียนแบบวางขายในท้องตลาดออนไลน์เต็มไปหมด 


Q : ยี่ห้อที่ผ่าน อย.ไทย มีอะไรบ้าง?
A : ได้แก่ Restylane, Juvederm, Belotero, Perfectha, Neuramis, Redexis


Q : วิธีตรวจสอบของแท้ ของปลอมอย่างไร?
A : ตรวจสอบเบื้องต้นง่ายๆ โดยที่กล่อง จะต้องมีฉลากภาษาไทย มีเลขอย. และสถานพยาบาลที่ให้บริการจะต้องมีใบรับรองว่าใช้ของแท้ จากบริษัทยาที่นำเข้าอย่างถูกกฏหมาย


Q : ฉีดฟิลเลอร์ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
A : 
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเป็นของแท้เท่านั้น ตรวจสอบก่อนฉีดทุกครั้ง ให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ ต้องแกะกล่องให้เห็น และให้กล่องกลับบ้าน
- คลินิกมีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาล แพทย์ผู้ดำเนินการในป้ายรับรองหน้าคลินิกจะต้องเป็นคนเดียวกับแพทย์ผู้ตรวจรักษา เพื่อป้องกันการใช้แพทย์ปลอม สวมรอยมาฉีดแทน
- แพทย์ผู้ฉีดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด การฉีดฟิลเลอร์ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญชำนาญ และฝีมือในการฉีด รวมถึงต้องอาศัยประสบการณ์ เพื่อให้ได้ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องเหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละบุคคล ต้องฉีดออกมาแล้วสวยอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ
 แม้ ฟิลเลอร์ ชนิดเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน มี อย.เหมือนกัน แต่ฉีดในมือแพทย์ที่ต่างกัน ผลลัพธ์และความปลอดภัย ย่อมต่างกัน  
 

Q : ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง?
A : สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ทุกบริเวณของผิวที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ร่องลึก รวมถึงการปรับรูปหน้าได้ เช่น เติมเต็มร่องริ้วรอยใต้ตา, เติมร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก, เติมเต็มหลุมสิวแผลเป็น, เติมแก้มตอบ, เติมขมับตอบ, ยกกระชับปรับรูปหน้า , เติมริมฝีปากอวบอิ่ม, ปรับรูปคาง, เติมเต็มเส้นที่ลำคอ, เติมหลังมือ


Q : เหมาะกับใคร?
A : ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ให้ได้รูป มีมิติ
- ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกแห่งวัย
- ผู้ที่ต้องการย้อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ร่องใต้ตาลึก คล้ำ เป็นตาแพนด้า
- ผู้ที่ต้องการ แก้ไขริมฝีปากไม่ได้รูป ริมฝีปากบาง
- ผู้ที่มีปัญหา หลุมสิว หลุมแผลเป็น 


Q : บริเวณไหนที่ควรหลีกเลี่ยง?
A : จมูก ดั้ง หน้าผาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดหนาแน่นและไหลเวียนเข้าดวงตา จึงมีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะฉีดเข้าเส้นเลือดได้


Q : ฟิลเลอร์มีโอกาสไหลได้ไหม เพราะอะไร?
A : ฟิลเลอร์จะมีโอกาสไหลได้ ถ้า!! คนไข้พบกรณีต่างๆ ดังนี้ 
- กรณีที่มีการกล่าวอ้าง หรือ 'เคลม’ ว่า ฟิลเลอร์นั้นฉีดแล้วอยู่ได้เกิน 5 ปี ถึงแม้จะบอกว่าเป็นของแท้ แต่แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกเคลมแบบนี้เด็ดขาด เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ไม่สลายอยู่ใต้ผิวหนังนานเกินไปจะมีการเคลื่อนที่ได้ 
- หากฉีดฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่มากเกินไป หรือฉีดอัดเข้าไปมากเกินควร ไม่เหมาะสมกับผิวบริเวณนั้นๆ จะทำให้หนัก และ หน่วงผิว จึงทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้ จึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง เลือกฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลความละเอียดเหมาะสมกับผิวบริเวณนั้นๆ


Q : ใช้เวลาทำนานไหม?
A : ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้