New MFU Synergy คือ เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในด้านความงาม โดยเฉพาะสำหรับการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด หลักการทำงานของ MFU คือการส่งคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูงและพลังงานสูงไปยังชั้นผิวหนังที่ลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
 
จุดเด่นของ MFU คือการโฟกัสพลังงานในจุดเล็กๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดจุดความร้อนเล็กๆ ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งช่วยให้ผิวยกกระชับแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการบาดแผลหรือเข็มใดๆ ถือเป็นก้าวกระโดดในวงการยกกระชับหน้า เพราะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดมากที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีไม่ผ่าตัดจะทำได้
 
“เครื่องแรกเครื่องเดียวของโลกที่มีเทคโลโลยีนี้” Synergy Effect เป็นการรวม 2 พลังงานสำคัญในการกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว และทำให้ผิวใส MFU (Micro Focused Ultrasound) และ คลิ่นวิทยุ - RF (Redio Frequency) เทคโนโลยีนี้เรียกว่า Synergy Dotting ป็น “เครื่องแรกเครื่องเดียวของโลกที่มีเทคโลโลยีนี้” ที่ผสมผสานสองพลังงานไว้ในหัวยิงตัวเดียวเพื่อช่วย Skin Lifting + Skin Refining = Synergistic Effect ในขั้นตอนเดียว ไม่ใช่เพียงการรวมเทคโนโลยี แต่เป็นการ วางพลังงานแบบเสริมฤทธิ์กันในเชิงกายวิภาค เมื่อพลังงานลึกและพลังงานตื้นทำงานร่วมกัน โดยเข้าใจทิศทางของเนื้อเยื่อและจุดวางพลังงาน 
 
ผลลัพธ์ที่ได้จะเด่นชัด ทั้งในด้าน การยก – ความแน่น – ความเรียบเนียน – ความกระจ่างใสของผิว ในระยะยาว
Skin Lifting : พลังงาน MFU โฟกัสลึกถึงชั้น SMAS ในอุณหภูมิ ≈ 60–70 °C สร้าง Thermal Coagulation Zones เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
Skin Refining : พลังงาน RF อุ่นผิวชั้นตื้น ≈ 45 °C ล่วงหน้า 300 มิลลิวินาที เพิ่มการไหลเวียนเลือด เปิดทางให้ MFU ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
 
แม้ว่าพลังงาน MFU และ RF จะมีจุดเด่นเฉพาะของแต่ละเทคโนโลยี แต่เมื่อใช้งานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้เป็นเพียงผลรวม (Additive Effect) แต่กลับแสดงออกเป็นผลลัพธ์ที่ เสริมกัน (Synergistic Effect) อย่างชัดเจน 
 
ช่วยแก้ปัญหา ผิวหย่อนระดับ mild-moderate (Fitzpatrick I-V) คนที่มีปัญหาทั้งความหย่อน + ผิวขาดน้ำ + รูขุมขนกว้าง
เหมาะสำหรับ คนที่เคยทำ HIFU เดิมแล้วยกไม่พอ คนผิวบาง แต่อยากได้พลังงานแบบลึกและตื้นพร้อมกัน โดยไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบ
อยู่ได้นานแค่ไหน 6-12 เดือน
Synergistic Effect  ทำให้ New Doublo 2.0 จึง “ล้ำกว่า” HIFU อื่นๆ เพราะ ไม่ใช่แค่ MFU แบบธรรมดา แต่เป็น MFU ที่ผสาน RF (คลื่นวิทยุ) เข้าไปในหัวยิงด้วย โดยเทคโนโลยีเฉพาะที่ชื่อว่า Synergy Dotting ยิง 1 ช็อต ได้ 2 พลังงานพร้อมกัน (MFU ลึก + RF ตื้น) Skin Lifting + Skin Refining = Synergistic Effect เห็นผลเรื่องทั้งการ “ยก” (Lifting) และ “คุณภาพผิว” (Skin Quality) พร้อมกันในครั้งเดียว
 
งานวิจัยที่รองรับ Research Article:
> “Combination of High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) and Bipolar Radiofrequency for Facial Rejuvenation”
– Journal of Cosmetic and Laser Therapy, 2019

จุดเด่นของ NEW MFU

1. พลังงาน New MFU (Micro-Focused Ultrasound) พลังงานโฟกัสเฉพาะจุดดีขึ้น ยกได้มากขึ้น กระชับมากขึ้น แต่เจ็บน้อยลง คลื่นเสียงความถี่สูง ที่ถูก “โฟกัสแบบเฉพาะจุด (focused ultrasound beam)”

กระบวนการทำงาน  พลังงาน รวมตัวเป็นจุดเล็กระดับมิลลิเมตร (micro-zone) ใต้ผิวหนัง → เกิด ความร้อนเฉพาะจุดที่แม่นยำ พลังงานนี้ไม่แผ่กระจายเหมือนการอุ่นผิวทั่วไป จุดพลังงานแต่ละจุดเรียกว่า Thermal Coagulation Zone (TCZ) ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิ 60–70°C ที่ชั้นเป้าหมายในผิว ผิวด้านบนไม่ร้อนเลย เพราะพลังงานไปรวมที่ "จุดโฟกัส" เท่านั้น 

  • ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว → ยกกระชับทันที
  • ร่างกายจะเข้าใจว่าเกิด micro-damage → กระตุ้น wound healing + neocollagenesis
  • เกิดการสร้าง คอลลาเจนใหม่ (Collagen Type I และ III) และ อีลาสติน ใน 4–12 สัปดาห์

2. เทคโนโลยี Synergy Dotting เครื่องแรกและเครื่องเดียวของโลก

Synergy Dotting สิ่งนี้จะเพิ่มเอฟเฟกต์การยกกระชับขึ้นเป็นสองเท่า การทำงานร่วมกันเพื่อสะสมความร้อน PRE-HEATING จนอุณหภูมิสูงขึ้นในระดับหนึ่ง จนเกิดกระบวนการที่โปรตีนรอบๆ เกิดการแปรสภาพ (Protein denaturation) และเกิดการหดตัวขึ้นจากความร้อน (Thermal Coagulation) กระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ และส่งผลให้ผิวเกิด การยกกระชับขึ้น
  • ขั้นแรก ความถี่วิทยุ (RF) RF จะให้ความร้อนจำนวนมากที่ชั้นผิวด้านบน กระจายบนผิว
  • ขั้นสอง คลื่นเสียงแบบไมโครโฟกัส (MFU) MFU มุ่งเน้นไปที่ความลึกที่แน่นอน ในระดับชั้นผิวเป็นจุดๆ

แม้ว่าพลังงาน HIFU และ RF จะมีจุดเด่นเฉพาะของแต่ละเทคโนโลยี แต่เมื่อใช้งานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้เป็นเพียงผลรวม (Additive Effect) แต่กลับแสดงออกเป็นผลลัพธ์ที่ เสริมกัน (Synergistic Effect) อย่างชัดเจน 

3. หัวยิงถึง 20 หัว ลงลึกได้หลายระดับ เป็นเครื่องเดียวที่หมอปรับใช้ได้ตามจุดประสงค์ ที่ต้องการได้ดั่งใจ

หัว FL ( Focused Linear MFU )

  • ที่ส่งพลังงานลงลึกแนวตรงคล้ายเส้นต่อเนื่องดึงจากภายใน ทำให้เกิดการยกกระชับในชั้นลึกสุด โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า เหนียง และร่องแก้ม ได้ชัด ให้โครงสร้างผิวเหมือนถูกยกขึ้นจากฐาน
  • สนามความร้อนเสถียร เจ็บน้อยกว่า HIFU ธรรมดาถึง 10 เท่า 
  • ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า Dot ถึง 10 เท่า

หัว SD ( Synergy Dotting MFU + RF )

  • ปล่อยพลังงานแบบ Dot (จุดเล็ก) ส่งคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสจุดเล็ก ๆ ลงในชั้น Dermis → เจาะจงในชั้นผิวกลางและตื้น เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างแม่นยำ
  • พร้อมผสานพลังงาน RF (Radiofrequency) จะถูกปล่อยเสริมพร้อมกับ MFU → ลงสู่ผิวชั้นบนกว่า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ความฉ่ำ รูขุมขนกระชับ และเนื้อผิวดูเรียบเนียน ทำให้ผิวดูสดใส สุขภาพดีแบบ "Glass skin"→ ฟื้นฟูคุณภาพผิวชั้นบน เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน
  • ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกัน → ทำให้ได้ผลลัพธ์สองมิติในหนึ่งขั้นตอน

เรียกได้ว่าเป็นการ “ยกทั้งหน้า เสริมทั้งชั้น ฟื้นทั้งผิว” ในการทำครั้งเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ครบ โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น

4. ผลลัพธ์ที่เห็นผลชัดมากขึ้น เมื่อเทียบกับ MFU เดี่ยวๆ
  • ผลลัพธ์เหนือ HIFU สูงสุด 380 % ครอบคลุม 14 ดัชนี เช่น Density, Hydration, Jawline
  • ความชุ่มชื้นภายในผิวดีขึ้นสูงสุด 4.8 เท่า
  • ข้อมูลวิจัยระบุว่า เมื่อใช้ RF + MFU เปรียบเทียบกับ HIFU เดี่ยวๆ พบว่า:
  • คอลลาเจนเพิ่มขึ้น 1.8 เท่า
  • รูขุมขนเล็กลงกระชับ 2.0 เท่า
  • ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น 1.6 เท่า
  • ผิวเรียบเนียนขึ้น 1.7 เท่า
  • ลดเหนียงเห็นผลชัด 1.4 เท่า
  • เพิ่มความชุ่มชื้น 4.8 เท่า
  • การันตีงานวิจัย & ผลลัพธ์ที่ชัดขึ้น (ข้อมูล Human Skin Clinical Trial Center, ส.ค. 2022)
5. หลักฐานงานวิจัยที่รองรับ
  • งานวิจัยทาง histology ชี้ว่าพลังงานสองรูปแบบทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้นมากกว่าการใช้ HIFU เดี่ยว ๆ 
  • Clinical data ระบุว่า wrinkle ลดลง ~142.9%, smile lines ลดลง ~131.3% หลัง 4–8 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับ HIFU เพียงอย่างเดียว
  • Clinical split-face study (n = 20) ยืนยันทุกตัวชี้วัดดีขึ้นสถิติ p < 0.05
  • Pre-clinical porcine skin (SNU Bundang, 2021) วัด ΔT หลังยิง 7.7 °C vs 1.7 °C ของ MFU-only

6. เพื่อความปลอดภัยขั้นสุด ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ ไม่ต้องกลัวเบิร์น 

  • Contact Sensor: ปิดการยิงเมื่อหัวไม่แนบผิว
  • Movement Sensor: หยุดอัตโนมัติเมื่อหัวอยู่กับที่ ป้องกันการยิงซ้ำ
  • Gyro Sensor (SD): ป้องกันการยิงทับจุดซ้ำ 
  • ตัดพลังงานทันทีถ้าหัวลอยหรือยิงซ้ำจุดเดิม

1. MFU คืออะไร?

  • ความหมายและหลักการทำงานของ MFU
    MFU หรือ Micro-Focused Ultrasound คือเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในด้านความงาม โดยเฉพาะสำหรับการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด หลักการทำงานของ MFU คือการส่งคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูงและพลังงานสูงไปยังชั้นผิวหนังที่ลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

  • จุดเด่นของ MFU คือการโฟกัสพลังงานในจุดเล็กๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดจุดความร้อนเล็กๆ ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งช่วยให้ผิวยกกระชับแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการบาดแผลหรือเข็มใดๆ ถือเป็นก้าวกระโดดในวงการยกกระชับหน้า เพราะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดมากที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีไม่ผ่าตัดจะทำได้

  • MFU ยังมีความแม่นยำและสม่ำเสมอในการส่งพลังงาน ซึ่งช่วยลดผลข้างเคียงและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวบอบบาง ผิวคล้ำ หรือผิวไวต่อแสง MFU จึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ความงามทั่วโลก


  • เทคโนโลยีและเป้าหมายของ MFU
    เป้าหมายหลักของเทคโนโลยี MFU คือการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก รวมถึงความหย่อนยานของกรอบหน้า คาง และลำคอ โดยไม่ต้องใช้มีดผ่าตัด หรือฉีดฟิลเลอร์ เทคนิคนี้อาศัยพลังงานเสียงอัลตราซาวด์ที่สามารถ “โฟกัส” ไปยังชั้นผิวเฉพาะเจาะจงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งต่างจากเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุที่ไม่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้

  • การโฟกัสพลังงานลึกลงไปในชั้น SMAS ทำให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเก่าทันที และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจของการยกกระชับที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการดึงผิวชั่วคราว

HIFU แตกต่างกับ MFU อย่างไร ?

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) : เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ชั้นผิวหนังอย่างแม่นยำถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานความร้อนนี้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวหนังหดตัว ยกกระชับ และช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว HIFU มักถูกนำมาใช้เพื่อการยกกระชับใบหน้า คอ และบริเวณลำตัว


MFU (Micro-Focused Ultrasound) : ก็เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงเช่นกัน แต่จะเน้นการส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวที่ต้องการอย่างแม่นยำในระดับไมโคร โดยจะสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กๆ ในชั้นผิวที่ลึกกว่าชั้นหนังแท้ลงไปจนถึงชั้นใต้ผิวหนัง (ประมาณ 5 มม.) ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวยกกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น 


เมื่อเปรียบเทียบกัน ทั้ง HIFU และ MFU : 
มีหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกันคือการใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อยกกระชับผิว แต่ MFU มักจะเน้นที่ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายไปยังชั้นผิวที่ต้องการ  ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีเป้าหมายเดียวกันคือการยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย แต่ MFU อาจให้ความสำคัญกับความแม่นยำในระดับไมโครและการมองเห็นชั้นผิวขณะทำการรักษามากกว่า 


กลไกการทำงานของ New MFU : Thermal vs Mechanical Effect
1. Thermal Effect (ผลจากความร้อน)
เมื่อคลื่นอัลตราซาวนด์ถูกรวมกัน ณ จุดโฟกัส จะเกิดพลังงานความร้อนเฉพาะจุด
ทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนเดิม (Collagen contraction) และกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่

2. Mechanical Effect (ผลกระทบทางกล)
ความดันคลื่นอัลตราซาวนด์ที่รุนแรงจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนระดับเซลล์ และทำให้มีการ “ยืด-หด” (Micro-mechanical vibration) ซึ่งเสริมฤทธิ์ของการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
 

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง New MFU Synergy กับรุ่นอื่นๆ

ความแม่นยำในการยิง: ระบบอัลตราซาวด์แบบใหม่ที่ควบคุมพลังงานได้เสถียรกว่าเดิม ลดโอกาสยิงพลาดหรือความร้อนสะสมผิดจุด
เร็วขึ้นกว่าเดิม: หัวยิงรุ่นใหม่สามารถทำงานได้เร็วขึ้นกว่า Doublo รุ่นก่อนถึง 25% ช่วยให้ใช้เวลาน้อยลงแต่ยังได้ผลลัพธ์เต็มที่
เสียงเบา / เจ็บน้อย: โหมด FL ใหม่ทำให้เสียงเบาและลดแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้ผู้รับบริการรู้สึกเจ็บน้อยลงและสบายกว่าเครื่องทั่วไป
เหมาะกับผิวแพ้ง่าย: การกระจายพลังงานอย่างนุ่มนวลช่วยให้สามารถใช้กับผิวแพ้ง่ายหรือผิวบางได้โดยไม่ระคายเคือง
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ New MFU Synergy จึงเป็นเครื่อง MFU ระดับ Flagship ที่เหมาะกับคลินิกที่เน้นความปลอดภัย + ประสิทธิภาพ + ความแม่นยำ + ความสบายของลูกค้า

ความแตกต่างของหัว  Linear Focused VS Dot Focused 


1. หัวเหลี่ยม ( Focused Linear MFU )
ลักษณะพลังงาน:
ปล่อยพลังงานเป็น เส้น (Line-based Coagulation Zone)
กระจายพลังงานแบบแถบแนวตรง (Line Shot) มีลักษณะเหมือน “การเชื่อมจุดเป็นเส้น”

ข้อดี: 

  • พลังงานต่อเนื่อง มีความเสถียรสูง ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้เร็ว
  • เหมาะกับเคสที่ต้องการยกกระชับแนวกราม / แนวกรอบหน้า / คอ
  • พลังงานลงได้ลึก และแรงกว่าแบบ Dot
  • ให้ผลลัพธ์เร็วกว่า เพราะกระตุ้นเนื้อเยื่อในแนวกว้างมากกว่า

2. หัวกลม ( Synergy Doting MFU + RF )
ลักษณะพลังงาน:
พลังงานรวมกันเป็น จุด (Focal Spot) เล็กๆ ต่อเนื่องแบบ “Point-by-Point”
รูปแบบการปล่อยพลังงาน: แบบจุด (Dot-based)
พลังงานแต่ละช็อตจะก่อตัวเป็น จุด Coagulation ขนาด ~1 มม.³

Skin Lifting : พลังงาน MFU โฟกัสลึกถึงชั้น SMAS ในอุณหภูมิ ≈ 60–70 °C สร้าง Thermal Coagulation Zones เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
Skin Refining : พลังงาน RF อุ่นผิวชั้นตื้น ≈ 45 °C ล่วงหน้า 300 มิลลิวินาที เพิ่มการไหลเวียนเลือด เปิดทางให้ MFU ทำงานเต็มประสิทธิภาพ

ข้อดี:

  • เจาะจงสูง เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความละเอียด เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา กรอบหน้า
  • ใช้ในคนไข้ที่ผิวบางหรือโครงหน้าเล็ก
  • ลดความเสี่ยง Thermal Damage ในผิวชั้นบน
  • ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อยกว่า

 

MFU อย่างเดียวอาจยกได้…แต่ถ้าอยากให้ผิวแน่น ใบหน้าดูสดใสครบ ต้องมี RF ร่วมด้วย
MFU (Micro Focused Ultrasound) คือพลังงานอัลตราซาวนด์ที่โฟกัสพลังงานลงไปลึกในผิว โดยเฉพาะที่ ชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
เมื่อพลังงานลงไปถึงจุดนั้น จะทำให้เกิดการหดตัวของเส้นใยพังผืด (Coagulation) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกผิวขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด

แต่ MFU เองก็ยังมีข้อจำกัดค่ะ คือถึงแม้จะยกได้จากชั้นลึก แต่จะไม่ได้ช่วยเรื่องผิวชั้นบน เช่น รูขุมขน ผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือความแน่นฟูของพื้นผิว 
ตรงนี้เองที่ RF (Radiofrequency) เข้ามาเสริมอย่างชัดเจน

แล้ว RF คืออะไร? RF (Radiofrequency) คือพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ ที่ให้ความร้อนระดับ 45-50°C ในผิวชั้นตื้น (ชั้นหนังแท้) โดยไม่ทำให้เกิดบาดแผล
กระตุ้นการไหลเวียนเลือด, ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน, ทำให้ผิวแน่น ฟู เรียบ รูขุมขนกระชับ


แล้วถ้า MFU + RF ล่ะ?  ได้รวมทั้งพลังงาน MFU (ลึก) และ RF (ตื้น) ในหัวเดียวกัน > ยิง 1 ช็อต = ได้ผลลัพธ์ 2 ชั้นผิว เทคโนโลยีนี้เรียกว่า " Synergy Dotting "

New MFU Synergy เป็น “เครื่องแรกของโลก” ที่ผสมผสานสองพลังงานไว้ในหัวยิงตัวเดียวเพื่อช่วย Skin Lifting + Skin Refining = Synergistic Effect ในขั้นตอนเดียว ไม่ใช่เพียงการรวมเทคโนโลยี แต่เป็นการ วางพลังงานแบบเสริมฤทธิ์กันในเชิงกายวิภาค เมื่อพลังงานลึกและพลังงานตื้นทำงานร่วมกัน โดยเข้าใจทิศทางของเนื้อเยื่อและจุดวางพลังงาน 
 
ผลลัพธ์ที่ได้จะเด่นชัด ทั้งในด้าน การยก – ความแน่น – ความเรียบเนียน – ความกระจ่างใสของผิว ในระยะยาว
Skin Lifting : พลังงาน MFU โฟกัสลึกถึงชั้น SMAS ในอุณหภูมิ ≈ 60–70 °C สร้าง Thermal Coagulation Zones เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
Skin Refining : พลังงาน RF อุ่นผิวชั้นตื้น ≈ 45 °C ล่วงหน้า 300 มิลลิวินาที เพิ่มการไหลเวียนเลือด เปิดทางให้ MFU ทำงานเต็มประสิทธิภาพ


หลักกลไกที่ทำให้เกิด Synergistic Effect 
MFU ส่งพลังงานลงไปยังระดับลึกของผิวถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ทำให้เกิดจุดร้อน (Thermal Coagulation Point) ที่อุณหภูมิ 60–70°C
→ กระตุ้นกระบวนการ wound healing และ neocollagenesis (การสร้างคอลลาเจนใหม่) ในระดับลึก
RF ทำงานในชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยให้ความร้อนต่อเนื่องในระดับ 42–50°C
→ ทำให้เกิด vasodilation (การขยายตัวของหลอดเลือดฝอย) และ fibroblast stimulation ส่งผลให้เกิดการสร้าง คอลลาเจนและอิลาสติน ในแนวกว้างและต่อเนื่อง

 

สรุปผลลัพธ์เมื่อใช้ Linea + Dot + RF ร่วมกัน จะได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่:
ยกกระชับลึก (เหมือนดึงด้วยไหมจากภายใน)
ฟื้นฟูคอลลาเจนชั้นกลาง → ผิวแน่นและยืดหยุ่น

ปรับคุณภาพผิวชั้นตื้น → ผิวเรียบ รูขุมขนดูเล็กลง และดูสดใสขึ้น ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ฉ่ำวาวแบบสุขภาพดี
ครอบคลุมทุกชั้นผิว — จาก SMAS ถึงผิวชั้นบน

แม้ว่าพลังงาน HIFU และ RF จะมีจุดเด่นเฉพาะของแต่ละเทคโนโลยี แต่เมื่อใช้งานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้เป็นเพียงผลรวม (Additive Effect) แต่กลับแสดงออกเป็นผลลัพธ์ที่ เสริมกัน (Synergistic Effect) อย่างชัดเจน 

เรียกได้ว่าเป็นการ “ยกทั้งหน้า เสริมทั้งชั้น ฟื้นทั้งผิว” ในการทำครั้งเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ครบ โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น

7 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดี

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดี มีอะไรบ้าง พร้อมการสนับสนุนจากงานวิจัยที่รองรับค่ะ

การได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากเครื่องยกกระชับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งไม่ได้มีแค่เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลและปัจจัยหลายๆ อย่างในกระบวนการ ทั้งจากตัวเครื่องเอง และการปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน 

1. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
การใช้เครื่องยกกระชับไม่ใช่แค่การเปิดเครื่องแล้วยิงพลังงานไปตามจุด แต่ต้องมีการปรับค่าพลังงานและเลือกหัวที่เหมาะสมกับแต่ละชั้นผิวอย่างแม่นยำ

งานวิจัย (Lee, Y., et al., 2021) ระบุว่า แพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละปัญหาของผิว เช่น
การปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า
การเลือกหัวที่เหมาะสมในการยิงพลังงาน (Deep, Superficial, etc.)
การเลือกหัวที่เหมาะสมกับการยิงพลังงานสามารถทำให้ การกระตุ้นคอลลาเจน และ ผลลัพธ์ที่ได้ ดีขึ้นอย่างมากค่ะ

สรุป: แพทย์ที่มีความชำนาญจะสามารถออกแบบแผนการรักษาได้เหมาะสมที่สุดกับแต่ละบุคคล


2. การปรับค่าพลังงานให้เหมาะสม
พลังงานที่ใช้ในการยิงต้องสัมพันธ์กับระดับความลึกของชั้นผิว เช่น ชั้น SMAS, ชั้น Dermis, หรือ Hypodermis ซึ่งการปรับพลังงานผิดระดับอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

งานวิจัย (Cho, J. et al., 2020) ระบุว่า การยิงพลังงานแบบหลายความลึก เช่นที่พบใน Ultraformer MPT หรือ MFU จะช่วยเพิ่มการกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความหนาแน่นของผิว

สรุป: ต้องปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละชั้นผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความเหมาะสมของเครื่องมือ
เครื่องมือแต่ละชนิดมีเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ความแม่นยำของการยิงพลังงาน และ คุณภาพของเครื่อง ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์

งานวิจัย (Kim, Y. et al., 2020) พบว่า เครื่องที่มีการควบคุมพลังงานและความลึกได้อย่างแม่นยำ เช่น Ulthera, Ultraformer MPT มีความแม่นยำสูงกว่าการใช้อุปกรณ์ทั่วไป
การควบคุมความลึกของพลังงานจะทำให้การกระตุ้นที่เกิดขึ้นตรงจุดและมีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิว

สรุป: เครื่องที่มีระบบควบคุมพลังงานและความลึกอย่างแม่นยำจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า


4. จำนวนครั้งและระยะห่างของการทำทรีตเมนต์
จำนวนครั้งที่ทำและการเว้นระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งก็มีความสำคัญต่อการกระตุ้นคอลลาเจนให้มีผลลัพธ์ที่ยาวนานและเห็นผลอย่างชัดเจน

งานวิจัย (Gao, S., et al., 2018) พบว่า การทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วยให้เกิด ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ในการยกกระชับผิวและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ๆ
โดยการทำซ้ำในช่วง 1 เดือน (ขึ้นกับประเภทเครื่อง) ทำให้สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่แข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น

สรุป: ควรทำทรีตเมนต์ตามคำแนะนำของแพทย์และรักษาระยะห่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


5. การดูแลหลังการทำทรีตเมนต์ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น
หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดหลังทำทรีตเมนต์
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ระคายเคืองในช่วง 1-2 วันแรก
ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและให้ความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ

งานวิจัย (Jung, J., et al., 2021) พบว่าการดูแลหลังทรีตเมนต์จะช่วยให้การสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นและผิวฟื้นฟูได้ดีกว่า

สรุป: การดูแลผิวหลังทำทรีตเมนต์ช่วยให้ผลลัพธ์ยาวนานและดีขึ้น


6. สภาพผิวของแต่ละคนมีสภาพที่แตกต่างกัน เช่น ผิวหย่อนคล้อย, ผิวมีริ้วรอยลึก, ผิวแห้งกร้านหรือมีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ

งานวิจัย (Jung, S., et al., 2020) ได้พิสูจน์ว่า สภาพผิวของคนไข้ มีผลต่อการตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนและผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีการยกกระชับ ผิวที่มีความชุ่มชื้นดีและไม่หย่อนคล้อยมากเกินไปมักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีและเห็นผลไวกว่า

สรุป: สภาพผิวที่ดีจะช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจนเกิดขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

7. การเลือกประเภทเครื่องให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคนก็มีผลต่อผลลัพธ์ที่ได้ ตัวอย่างเช่น
New MFU Synergy เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเจ็บ มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย-ปานกลาง และอยากให้คุณภาพผิวดีขึ้นด้วยในขั้นตอนเดียว
Thermage FLX เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยและไม่ต้องการผลลัพธ์แบบรุนแรง
Ulthera เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยแบบชัดเจนที่ต้องการผลลัพธ์ที่แน่นอน
Morpheus8 เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการการฟื้นฟูอย่างลึก 


สรุป: เครื่องที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคนจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปการศึกษาวิจัย:
จากการวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับ เครื่องยกกระชับ พบว่า การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาพผิว, การปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละชั้นผิว, ประสบการณ์ของแพทย์, การทำตามคำแนะนำการดูแลหลังการทำทรีตเมนต์, และ การทำทรีตเมนต์อย่างต่อเนื่อง ล้วนมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ของการยกกระชับที่ได้

การวิจัยที่สนับสนุน (Lee, Y., et al., 2021; Cho, J., et al., 2020; Jung, S., et al., 2020) ชี้ให้เห็นว่า การตอบสนองของผิว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึง สุขภาพผิว, การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม, และ การดูแลที่ถูกต้อง

Q : ถามจริงๆเลย MFU, HIFU เห็นผลจริงไหม ?
A : ขึ้นกับ หลายปัจจัย 
เครื่องที่ใช้ - ต้องเป็นแบรนด์เกาหลีแท้เท่านั้น จึงจะเชื่อมั่นได้ว่ามีคุณภาพได้มาตรฐานจริงๆ เพราะเป็นประเทศต้นกำเนิด HIFU ส่วนใหญ่เครื่องที่ราคาถูกแต่ไม่มีคุณภาพ ยิงแล้วเจ็บแต่ไม่เห็นผล มักมาจากประเทศจีน
จำนวนชอตที่ยิง - จำนวนชอตต้องเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ทั้งนี้จำนวนชอตที่เหมาะสมในแต่ละยี่ห้อเครื่องมีความแตกต่างกัน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เช่น บางเครื่องจำนวนชอตทั่วใบหน้าที่เหมาะสม อยู่ที่ 400-600 ชอต บางเครื่องอยู่ที่ 2000-3000 ชอต
แพทย์ที่ทำ - ผู้ทำหัตถการควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องกายวิภาคบนใบหน้า และวิเคราะห์สาเหตุความหย่อนคล้อยของใบหน้าแต่ละคนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งต้องยิงด้วยเทคนิคการยกกระชับที่ถูกต้องในแต่ละเครื่อง ปรับค่าพลังงานและใช้จำนวนชอตที่เหมาะสม จึงจะทำให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดี
ปัญหาที่คนไข้กังวล เหมาะทำไหม - คนไข้บางราย มีปัญหาใบหน้าตอบและหน้าไม่เท่ากันจากชั้นกระดูกที่ยุบตัวลง การทำ HIFU จึงไม่เหมาะสมและไม่ตรงจุด ในกรณีแบบนี้การแก้ไขด้วยสารเติมเต็มจะเหมาะสมกว่าค่ะ
ความคาดหวัคนไข้บางรายคาดหวังว่า การทำ HIFU เพียงครั้งเดียว จะทำให้ดูเด็กลงกว่าสิบปี และช่วยแก้ทุกปัญหาแห่งวัยบนใบหน้าได้ ทั้งเรื่องความหย่อนคล้อย ร่องลึก และริ้วรอยที่เป็นร่องถาวรแล้ว กรณีคาดหวังขนาดนี้ การทำ HIFU จะไม่สามารถเห็นผลที่พึงพอใจได้ขนาดนั้น
*เกร็ดความรู้ HIFU ต้นกำเนิดจริงๆอยู่ที่ประเทศเกาหลี



Q : ทำไมบางที่ราคาถูกมาก ?
A : ส่วนใหญ่ที่สามารถทำราคา HIFU ได้ถูกมากๆ มักเป็นเครื่องที่ผลิตในจีน ซึ่งราคาเครื่องมักอยู่ที่เพียงหลักหมื่น ไม่ล็อคชอต หรือหัวชอตราคาถูกมาก แต่ต้องระวังเรื่องความเสถียรของพลังงาน และความแม่นยำของชอตให้ดีนะคะ เพราะมีความเสี่ยงเกิดผิวไหม้ หรือยิงไปแล้วเจ็บแต่ไม่เห็นผล เจอแบบนี้เยอะมากๆค่ะ

*เกร็ดความรู้ ลองเช็คใน Alibaba เลยค่ะ ถ้าหน้าตา ชื่อรุ่น เครื่อง HIFU แบบที่คลินิคนี้บอก ไปอยู่ในเวบนี้จากเมืองจีน ก็เกือบ100%ว่าจีนแท้ๆเลย ยิ่งถ้าราคาเครื่องแค่หลักหมื่นหรือแสนต้นๆด้วยแล้ว ยิ่งไม่น่าไว้ใจ คือเราจะไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าพลังงานที่ปล่อยออกมา เป็นพลังงานอะไร หน้าจะเบิร์นไหม เส้นประสาทข้างในจะเป็นอะไรไหม



Q : ทำไมต้องแพทย์ทำด้วย เห็นบางที่ไม่ใช่แพทย์ ?
A : ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้ถึงกายวิภาคของใบหน้า และทราบสาเหตุความหย่อนคล้อยในหน้าคนไข้เป็นอย่างดี จึงจะสามารถออกแบบแนวการยิง ปรับค่าพลังงาน ตั้งค่าชอตที่เหมาะสมได้ อีกทั้งต้องรู้ด้วยว่าเส้นเลือด เส้นประสาทที่สำคัญอยู่ตรงไหนบ้าง จึงเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ยิงโดนเส้นประสาทแล้วปากเบี้ยวได้
การที่จะให้พนักงานที่ไม่ใช่แพทย์เป็นผู้ทำ HIFU เราจะมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยว่าจะไม่เผลอไปยิงโดนเส้นประสาท และยิงจนเกิดผิวไหม้ได้อย่างไร
และยิ่งถ้าใช้เครื่องที่ไม่ได้คุณภาพด้วยแล้ว การทำครั้งนั้นก้แทบไม่มีประโยชน์ใดๆเลย และยังเสี่ยงเกิดผิวไหม้ ปากเบี้ยว อีกด้วย

*เกร็ดความรู้ จะมั่นใจได้ยังไงว่าคนที่ทำเป็นแพทย์จริงๆ ดูใบว. ที่แปะอยู่หน้าห้อง หรือ หน้าคลินิกได้เลยค่ะ 


Q : หน้าแบบไหน ปัญหายังไง ที่เหมาะจะทำ ?
A : เหมาะสำหรับ คนที่รู้สึกว่าหน้าไม่กระชับ รู้สึกผิวดูหย่อนๆ ไม่แน่น ไม่เฟิร์ม
มีเหนียง กรอบหน้าไม่ชัด ถ่ายรูปแล้วไม่เห็นกรอบหน้า ใบหน้าหย่อนคล้อย ซึ่ง MFUสามารถช่วยยกกระชับใบหน้าได้ ทั้งร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้า กระเปาะข้างมุมปากรวมถึงผิวใต้ตาที่หย่อนคล้อยและหนังตาที่หย่อน หางคิ้วตก ก็ช่วยแก้ได้เช่นกันค่ะ


Q : ต้องอายุเท่าไร ถึงทำได้ สูงอายุทำได้ไหม?
A : ได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ ไม่มีข้อห้ามเลยค่ะ MFU ค่อนข้างปลอดภัยมากในกรณีที่ทำโดยแพทย์และเครื่องที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอนะคะ


Q : เจ็บไหม?
A : บางเครื่องเจ็บมาก แม้จะทายาชาแล้วก็ยังรู้สึกเจ็บ บางเครื่องไม่เจ็บ แต่ เครื่องที่ Real Clinic ไม่เจ็บ ไม่ต้องทายาชาก่อนทำ จะรู้สึกแค่จี๊ดๆใต้ผิวนิดหน่อย และเมื่อยๆหน้าเล็กน้อย


Q : ทำทีอยู่ได้นานแค่ไหน ?
A : 6-12 เดือน แล้วแต่รุ่น แล้วแต่เครื่อง และสภาพผิวพื้นฐานของคนไข้ค่ะ

 

Q. บริเวณที่ทำได้
ใต้ตา-หน้าผาก (1.5–2 มม.)
แก้ม-กรอบหน้า-ใต้คาง (3–4.5 มม.)
หน้าท้อง / ต้นแขน / ต้นขา (6–13 มม.)


Q. New MFU Synergy เหมาะกับใคร
ผิวหย่อนระดับ mild-moderate (Fitzpatrick I-V)
เคยทำ HIFU เดิมแล้วยกไม่พอ
ต้องการยกกระชับพร้อมสลายไขมันในคอร์สเดียว
แพ้ง่าย ไม่อยากให้ชั้นหนังกำพร้าไหม้หรือฟกช้ำ
คนที่เคยทำ HIFU แล้วหน้าไม่เนียน
คนที่มีปัญหาทั้งความหย่อน + ผิวขาดน้ำ + รูขุมขนกว้าง
คนที่อยากดูแลทั้ง “ยก – แน่น – ละเอียด” ในรอบเดียว
คนผิวบาง แต่อยากได้พลังงานแบบลึกและตื้นพร้อมกัน โดยไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบ


Q. คำแนะนำหลังทำ
ทากันแดด SPF 50 + งดซาวน่า/อบไอน้ำ 24 ชม.
ดื่มน้ำ ≥ 2 ลิตร ช่วย GAG re-hydration
แต่งหน้า กลับไปทำงาน ได้ทันที—ไม่มี downtime



Q. เมื่อไรเห็นผล
หลังทำทันที: SMAS หดตัวเล็กน้อย เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น
4–8 สัปดาห์: คอลลาเจนใหม่ขึ้น ผิวตึง-ละเอียด
3–6 เดือน: ผิวพีคที่สุด แล้วคงผล ~12 เดือน



Q. ควรทำซ้ำบ่อยแค่ไหน
สำหรับใบหน้า: ทุก 3-6 เดือน เพื่อรักษาคอลลาเจน
สำหรับ Body contour: ปีละ 2-3 ครั้ง หากต้องการลดไขมัน-กระชับผิวต่อเนื่อง

 

Q. ทำไมคนไข้จึงบอกว่า “ไม่เจ็บ”
RF อุ่นผิวก่อน เพิ่ม pain-threshold ของเส้นประสาท C-fiber
Pulse-width MFU ยาวขึ้น ลด micro-cavitation shock จึงรู้สึกสบายกว่า HIFU รุ่นแรก ๆ


Q. บริเวณที่ทำได้
ใต้ตา-หน้าผาก (1.5–2 มม.)
แก้ม-กรอบหน้า-ใต้คาง (3–4.5 มม.)
หน้าท้อง / ต้นแขน / ต้นขา (6–13 มม.)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้