Last updated: 26 ก.ย. 2569 | 931 จำนวนผู้เข้าชม |
อัปเดตข้อมูล: 26 กันยายน 2569 เวลา 15.25 น. ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขัง ทั้งบนถนนและในชุมชนบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกและบริเวณริมคลองน้ำท่วมกรุงเทพฯ กันยายน 2569: พื้นที่ไหนได้รับผลกระทบ น้ำมาจากไหน ระบายไปทางใด และควรดูแลตัวเองอย่างไร
กรณีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉิน โทร 1669
หากต้องการแจ้งจุดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ โทร 1555 หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม 02-248-5115
บทความนี้สรุปสถานการณ์จากคำรายงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้อมูลของสำนักการระบายน้ำ และประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำระบายไปทางใด และประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไร
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น จึงเกิดฝนหนักและฝนสะสมต่อเนื่องในหลายพื้นที่
ในคำรายงานช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน ผู้ว่าฯ ชัชชาติอธิบายว่า ฝนไม่ได้ตกหนักเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่จังหวัดใกล้เคียงอย่างปทุมธานีและนนทบุรีก็มีฝนมาก ทำให้มีน้ำเติมเข้าระบบคลองที่เชื่อมต่อกัน ขณะที่คลองหลายสายของกรุงเทพฯ มีระดับน้ำสูงอยู่แล้ว
เมื่อคลองรับน้ำเพิ่มได้จำกัด น้ำบนถนนและในชุมชนจึงระบายผ่านท่อและคูน้ำลงคลองได้ช้าลง นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่ผู้ว่าฯ ย้ำในการอธิบายสถานการณ์ครั้งนี้
ผู้ว่าฯ ยังระบุว่า มวลน้ำเหนือไม่ใช่สาเหตุหลักของน้ำท่วมขังบนถนนในรอบนี้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานส่วนกลางยังติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จากพื้นที่ตอนบนและเฝ้าระวังชุมชนริมน้ำควบคู่กันไป ซึ่งเป็นความเสี่ยงอีกส่วนหนึ่ง
แหล่งข้อมูล: พยากรณ์กรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 26 กันยายน · คำรายงานของผู้ว่าฯ ช่วงเช้า · คำแถลงของผู้ว่าฯ ช่วงบ่าย · ข้อมูลการเฝ้าระวังเจ้าพระยาจากกรมประชาสัมพันธ์
ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ใกล้คลองเป็นจุดที่ผู้ว่าฯ เน้นให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ในการรายงานเวลา 06.00 น. วันที่ 26 กันยายน ผู้ว่าฯ ระบุว่าระดับน้ำใน คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร สูง
โดยเฉพาะบ้านและชุมชนริมคลอง ที่อาจได้รับผลกระทบหากฝนตกเติมอีก ผู้ว่าฯ แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในจุดเสี่ยง ย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และพิจารณาย้ายรถไปจอดในพื้นที่ปลอดภัย
มีนบุรี, คลองสามวา, สะพานสูง, ลาดกระบัง และบางชัน เป็นแนวพื้นที่ที่มีรายงานฝนสะสมสูง
มีรายงานน้ำเข้าบ้านเรือนบางแห่ง บริเวณถนนอ่อนนุชและแนวคลองประเวศบุรีรมย์
คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำ
ผู้ว่าฯ ระบุว่าโดยภาพรวมมีปัญหาน้อยกว่า ฝั่งตะวันออก แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกพื้นที่หรือทุกซอยไม่มีน้ำท่วม
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแจ้งเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง หรือใช้ความระมัดระวัง ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 26 กันยายน โดยครอบคลุมหลายโซน เช่น
ถนนวิภาวดีรังสิตช่วงจตุจักรหลักสี่ดอนเมือง ถนนพหลโยธินช่วงห้าแยกลาดพร้าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางบัวหลักสี่สะพานใหม่ และถนนแจ้งวัฒนะ
ถนนรามคำแหง ถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนอ่อนนุช ถนนลาดกระบัง และถนนสุวินทวงศ์
ถนนดินแดง ถนนรัชดาภิเษก และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ รวมถึงบางช่วงของถนนพหลโยธินและสุขุมวิท
รายชื่อข้างต้นไม่ได้หมายความว่า ทุกช่วงของถนนท่วมตลอดเวลา หรือยังท่วมอยู่ในขณะอ่านบทความ เพราะระดับน้ำเปลี่ยนตามฝนและการระบาย
หากต้องเดินทางให้ตรวจแผนที่พื้นที่น้ำท่วมของ กทม. อีกครั้ง
เพื่อแยกข้อมูล จุดที่มีน้ำท่วมจริง ออกจาก เส้นทางที่ควรระวัง ข้อมูลสารสนเทศระบายน้ำ กทม. ที่ Thai PBS รายงาน ณ เวลา 07.15 น. วันที่ 26 กันยายน พบจุดบนถนนที่มีน้ำสูงเกิน 10 เซนติเมตร จำนวน 20 จุด
เขตวังทองหลาง
ระดับน้ำ 17.5 เซนติเมตร
เขตจตุจักร
ระดับน้ำ 15.8 เซนติเมตร
เขตสวนหลวง
ระดับน้ำ 15.5 เซนติเมตร
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่วัดในเวลานั้น ไม่ใช่ระดับน้ำปัจจุบัน เนื่องจากระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฝน และการระบายน้ำ
แหล่งข้อมูล: คำรายงานของผู้ว่าฯ และรายการเส้นทาง · รายงานจุดน้ำท่วมจากข้อมูล กทม. โดย Thai PBS
เพื่อให้เห็นภาพ ระบบระบายน้ำในเมืองโดยทั่วไป ทำงานเป็นลำดับดังนี้
เส้นทางจริงและปริมาณน้ำที่ระบายได้ขึ้นอยู่กับ ระดับน้ำ การเดินเครื่องสูบน้ำ และการควบคุมประตูน้ำในแต่ละช่วงเวลา
ปัญหาของเหตุการณ์นี้อยู่ตรงที่ คลองสายหลักมีระดับน้ำสูงพร้อมกันหลายแห่ง เมื่อน้ำจากถนนไหลลงคลองได้ช้า แม้จะมีการสูบน้ำอยู่ตลอด ถนนและพื้นที่ลุ่มต่ำก็ยังอาจมีน้ำขัง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกเติม ก่อนที่ระดับน้ำในคลองจะลด
ตัวอย่างที่ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจจริงคือ คลองประเวศบุรีรมย์บึงหนองบอน เมื่อวันที่ 25 กันยายน
กทม. พยายามดึงน้ำจากคลองในพื้นที่ เข้าสู่บึงหนองบอนซึ่งเป็นพื้นที่พักน้ำขนาดใหญ่ แล้วระบายต่อผ่านอุโมงค์ไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา
ผู้ว่าฯ สั่งให้เร่งเปิดช่องทางรับน้ำ เก็บขยะและสิ่งกีดขวาง พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดที่จำเป็น
อีกส่วนของโครงข่ายคือ คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว ซึ่งมีอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมไปทางพระโขนง เพื่อช่วยระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ส่วนคลองประเวศและคลองพระโขนง มีสถานีสูบน้ำพระโขนงช่วยควบคุมระดับน้ำ และสูบออกสู่แม่น้ำ
น้ำในทุกคลองไม่ได้ไหลผ่านเส้นทางเดียวกันทั้งหมด ในเวลาเดียวกัน เส้นทางและปริมาณน้ำที่ระบายได้จริงขึ้นอยู่กับ ระดับน้ำแต่ละจุด การเดินเครื่องสูบน้ำ และการควบคุมประตูน้ำ
จึงไม่ควรสรุปว่า น้ำจากเขตหนึ่งไหลไปท่วมอีกเขตหนึ่ง โดยไม่มีข้อมูลระดับน้ำและการเดินระบบ ในช่วงเวลานั้นรองรับ
แหล่งข้อมูล: ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่คลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน · ข้อมูลระบบอุโมงค์และสถานีสูบน้ำพระโขนง ของสำนักการระบายน้ำ
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 11 เวลา 11.00 น. วันที่ 26 กันยายน ระบุว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังมีโอกาสเกิดฝนต่อเนื่องและฝนหนักบางพื้นที่ ในช่วง 2627 กันยายน
จากนั้นคาดว่า ฝนจะเริ่มลดลงวันที่ 28 กันยายน
คำว่า ลดลง ไม่ได้หมายถึงฝนหยุดพร้อมกันทุกพื้นที่
สำหรับน้ำที่ค้างอยู่ในระบบ ผู้ว่าฯ กทม. ประเมินในช่วงบ่ายวันที่ 26 กันยายนว่า หากไม่มีฝนหนักตกเติมอีก อาจใช้เวลาประมาณ 23 วัน ในการระบายน้ำ
การประเมินนี้มีเงื่อนไขเรื่องฝน และไม่ได้เป็นคำรับประกันว่า น้ำบนทุกถนนหรือในทุกชุมชน จะลดหมดในวันเดียวกัน
แหล่งข้อมูล: ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 11 ที่เผยแพร่โดย PPTV · รายงานคำแถลงผู้ว่าฯ ช่วงบ่าย
พยายามหลีกเลี่ยงการลุยน้ำ หากจำเป็นให้สวมรองเท้าบูตหรือรองเท้ากันน้ำ และปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ ระวังของมีคมที่มองไม่เห็นใต้น้ำ
ล้างผิวด้วยสบู่และน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า และเปลี่ยนรองเท้าหรือถุงเท้าที่เปียก
ผิวที่แช่น้ำนานอาจเปื่อย ระคายเคือง หรือมีเชื้อราและแบคทีเรียแทรกซ้อน อาการที่เรียกรวม ๆ ว่า น้ำกัดเท้า จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเชื้อราทุกราย
หากผื่นลุกลาม ปวด บวม แดงร้อน มีหนอง มีไข้ หรือแผลไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
หากถูกของมีคมบาดหรือมีแผลสกปรก ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินการดูแลแผล และความจำเป็นของวัคซีนบาดทะยัก
แหล่งข้อมูล: กรมควบคุมโรค: โรคน้ำกัดเท้า
โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส อาจเกิดจากการสัมผัสน้ำหรือดิน ที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ
การสัมผัสน้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ลุยน้ำจะป่วย
อาการอาจปรากฏภายใน 230 วัน หลังสัมผัสเชื้อ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่องหรือต้นหลัง ตาแดง คลื่นไส้หรืออาเจียน
หากมีไข้หลังลุยน้ำท่วม ควรพบแพทย์และบอกประวัติสัมผัสน้ำให้ชัดเจน
หากตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือหอบเหนื่อย ให้รีบรับการรักษา
ควรหลีกเลี่ยงน้ำท่วม ปิดแผล สวมอุปกรณ์กันน้ำ ล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ และดื่มน้ำสะอาด
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเพื่อป้องกันโรคเอง
แหล่งข้อมูล: CDC: การป้องกันโรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม · CDC: อาการและระยะฟักตัว
| เรื่องที่ต้องการแจ้ง | ช่องทาง |
|---|---|
| จุดน้ำท่วมขังหรือปัญหาในพื้นที่กรุงเทพฯ | สายด่วน กทม. 1555 |
| ปัญหาระบบระบายน้ำ | ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. 02-248-5115 |
| ส่งพิกัดและภาพจุดเดือดร้อน | LINE @Traffyfondue |
| เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉิน | 1669 |
| ไฟฟ้าขัดข้องหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอันตราย | การไฟฟ้านครหลวง 1130 |
| สอบถามเรื่องโรคและภัยสุขภาพ | กรมควบคุมโรค 1422 |
| เหตุเพลิงไหม้หรือขอกู้ภัย | 199 |
แหล่งตรวจสอบช่องทางติดต่อ: ข้อมูล กทม. ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ · การไฟฟ้านครหลวง · กรมควบคุมโรค · ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.
บทความนี้แยกข้อมูลตามเวลาที่หน่วยงานรายงาน จุดน้ำท่วม ระดับน้ำ และเส้นทางที่ใช้ได้ อาจเปลี่ยนภายในไม่กี่ชั่วโมง
ก่อนเดินทางควรตรวจ แผนที่น้ำท่วม กทม. และ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับล่าสุด อีกครั้ง